ขอเชิญพุทธศาสนิกชน เข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พระสารีริกธาตุ พระอสีติมหาสาวก และพระอรหันตสาวก จาก 9 ประเทศ จำนวนกว่า 100 องค์ ณ วัดปากน้ำ หลวงพ่อเงิน 700 ปี ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ได้จนถึงเวลา 18.00 น. ของทุกวัน - ขอเชิญร่วมบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือคณะสงฆ์ และผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี ได้ที่ พระมหาวิมาน กนฺตสีโล เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ โทร 089-720-3529 หรือ บริจาคผ่านบัญชีธนาคารทหารไทย สาขา พรหมราช เลขที่บัญชี 513-2-11643-4 ชื่อบัญชี "กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี"

หลวงพ่อเงิน 700 ปี วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง อุบลราชธานี

1

หลวงพ่อเงิน
พระชัยหลังช้างแห่งแผ่นดินอีสาน
อายุ ๗๐๐ ปี

ภายหลังจากที่ท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ได้สร้างพระอุโบสถเสร็จ ท่านก็ได้นิมิตอีกครั้งว่า มีคนใส่ชุดขาวมาหาท่านเช่นเคย และบอกว่าที่วัดป่าพระพิฆเณศวร์ยังมีสมบัติอยู่มาก แต่ไม่สามารถที่จะนำขึ้นมาได้ พร้อมกับระบุตำแหน่งให้ท่านทราบ ของบางอย่างเจ้าของเขาไม่ให้ ของบางอย่าง นำขึ้นมาก็จะเกิดอันตรายแก่ผู้ครอบครอง แต่ยังมีของสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ควรที่จะอยู่ใต้แผ่นดิน อยากให้ไปเอาขึ้นมาเก็บรักษาไว้ เพื่อเป็นสมบัติของพระศาสนาให้ลูกหลานได้เคารพสักการบูชา ของสิ่งนั้น คือ “พระพุทธรูปเงิน” พร้อมกับกล่าวต่อไปว่ารุ่งขึ้นจะเกิดพายุในตอนบ่ายต้นตาลภายในวัดจะหัก ปลายตาลหักไปทางทิศไหน ก็ให้ไปขุดตรงที่ปลายตาลล้มลง ครั้นแล้ว คนในชุดขาวก็หายไป

เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา ท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์เกิดความรู้สึกเป็นสุขเอิบอิ่มใจอย่างประหลาด ครั้นสายก็เกิดเหตุการณ์ดังนิมิต

ชาวบ้านได้เล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า ปกติต้นตาลเป็นต้นไม้ที่มีความแข็งแรง แม้ถูกลมพัดก็ยากที่จะหักโค่น แต่วันนั้นต้นตาล ในวัดร้างเมื่อถูกลมก็หักโค่นลงผิดปกติวิสัย สิ่งที่แปลกและน่าอัศจรรย์ คือ แทนที่ต้นตาลจะล้มไปตามแรงลม แต่ต้นตาลกลับทวนกระแสลม ล้มลงทางทิศเหนือ

ท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ได้นำชาวบ้านไปที่วัดป่า แล้วจุดธูปเทียน เครื่องสักการบูชาคุณพระรัตนตรัย คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ พร้อมกับอธิษฐานจิตอย่างแน่วแน่และมั่นคงว่า

“หากเป็นจริงดังนิมิต ท่านก็จะรักษาพระพุทธรูปไว้ให้เป็นที่เคารพสักการบูชาของลูกหลานและพุทธ ศาสนิกชนสืบไป ขออย่าได้มีอุปสรรคใดๆ มาขัดขวาง”

ครั้นแล้วก็ขุดตรงที่ปลายต้นตาลหักลงตามนิมิต เมื่อขุดลงไปลึกประมาณชั่วคนยืน ก็ได้พบแผ่นศิลา ๔ เหลี่ยมถูกจัดไว้ในลักษณะหีบ มีความสวยงาม อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ทุกประการ ถูกฝังอยู่ใต้ดิน ลักษณะของการฝังผู้ฝังมีการเตรียมการไว้อย่างดี เมื่อนำขึ้นมาเปิด ฝาหีบออกก็ปรากฏว่า ภายในหีบศิลานั้นมีทรายเนื้อละเอียดสีขาวใสบริสุทธิ์เต็มหีบศิลานั้น เมื่อทรายต้องแสงอาทิตย์ก็ส่องประกายวาว ระยิบระยับ เมื่อนำทรายออกมา ก็เห็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเนื้อเงินบริสุทธิ์ประดิษฐานอยู่ภายในหีบศิลา นั้น ดังนิมิต ท่านบอกว่า “เสียดายที่หลวงพ่อไม่ได้เก็บทรายนั้นไว้”

พระพุทธรูปนั้นคงพุทธลักษณะที่มีความงดงาม แม้จะถูกฝังรักษาไว้ใต้พื้นดินก็ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ผิวเงินยังสวยงามโดยไม่ได้รับการกระทบกระเทือนใดๆ ท่านเจ้าคุณท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์อัญเชิญหลวงพ่อเงินประดิษฐานไว้ แล้วน้อมลงกราบด้วยปีติและศรัทธาที่ตั้งมั่น

จากนั้น ท่านได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดปากน้ำ และถวายนามว่า “หลวงพ่อเงิน” โดยกำชับชาวบ้านมิให้นำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวให้ใครฟัง การที่ท่านกำชับไม่ให้ชาวบ้านนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟัง เนื่องจากเกรงจะเกิดปัญหาและถูกยึดไปเป็นสมบัติของหลวงเหมือนเมื่อครั้งขุด พระพิฆเณศวร์ได้

ส่วนหีบศิลาหินทราย ท่านให้นำไปวางไว้ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ ภายในบริเวณวัดป่าแห่งนี้ นัยว่าเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธองค์ ต่อมา ต้นโพธิ์ก็ได้ห่อหุ้มหีบศิลานั้นเอาไว้แล้วกลืนหายไปตามกาลเวลา

ท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์เล่าว่า เมื่อครั้งชาวบ้านขุดพบ พระพิฆเณศวร์ที่บริเวณวัดป่าแห่งนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) ทราบข่าว ท่านได้ออกมาตรวจสอบและขอไป ปัจจุบัน พระพิฆเณศวร์ถูกนำไปเก็บไว้ที่วัดสุปัฏนาราม เมืองอุบลราชธานี เมื่อมีการขุดพบพระพุทธรูปตามที่ปรากฏในนิมิตของท่าน ชาวบ้านทุกคนจึงถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องรักษาหลวงพ่อเงินเทพนิมิตไว้เป็น มรดกของลูกหลานในหมู่บ้าน

เพราะความผูกพันที่มีต่อบ้านเกิด และต้องการให้ลูกหลานได้ศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน ท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ได้สร้างพิพิธภัณฑ์ประจำหมู่บ้านขึ้นมาหลัง หนึ่ง ให้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์บ้านปากน้ำ วิถีชีวิตชาวบ้านลุ่มน้ำบุ่งสระพัง” เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บรวบรวมโบราณวัตถุ และประวัติความเป็นมาของชุมชนแห่งนี้ จะได้เป็นแหล่งศึกษาของประชาชนต่อไป

หลวงพ่อเงิน
กับการสถาปนาเมืองอุบลราชธานีศรีวนาไลย

หลวงพ่อเงิน เป็นพระพุทธรูปเนื้อเงินปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนล้านช้าง ฝีมือตระกูลช่างชาวบ้าน อายุประมาณ ๗๐๐ ปี ขึ้นไป จากนิมิตของท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ ทำให้ทราบว่า หลวงพ่อเงินเกี่ยวข้องกับการสถาปนาเมืองอุบลราชธานี ศรีวนาไลย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำกองทัพ ของเจ้าปางคำ แห่งราชวงศ์เชียงรุ้ง แสนหวีฟ้า ที่แตกหนีกองทัพจีนฮ่อมาสร้างนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน ในปี พ.ศ. ๒๒๒๘ และในการนั้น เจ้าปางคำได้นำพระพุทธรูปประจำทัพมาด้วย

ต่อมาราวปี พุทธศักราช ๒๓๑๔ พระเจ้าสิริบุญสารแห่งเวียงจันทน์ ได้ครองราชย์ เกิดหวาดระแวงเจ้าพระวอ เจ้าพระตาว่าจะเป็นกบฏ พระเจ้าสิริบุญสารจึงได้ยกทัพมาตี นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน ทำให้เจ้าพระตาถึงแก่อสัญกรรมในสนามรบ เจ้าพระวอ ผู้น้องขึ้นเป็นผู้นำกองทัพแทน และได้ย้ายบ้านเมืองจากนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน มาตั้งบ้านเมืองอยู่ที่บ้านดอนมดแดง อันเป็นบริเวณอำเภอดอนมดแดงตลอดลำน้ำมูลขึ้นมาจนถึงตำบลกุดลาด ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเมืองอุบลราชธานีในปัจจุบัน

ภายหลังเจ้า พระวอ ถูกทหารเวียงจันทน์โจมตี จนถึงแก่อสัญกรรมที่ค่ายบ้านดู่บ้านแก เขตนครจำปาศักดิ์ ต่อมาท้าวคำผง ผู้บุตรเจ้าพระตา ได้ขึ้นเป็นผู้นำกองทัพ และได้แต่งตั้งให้ทหารไปเฝ้าพระเจ้ากรุงธนบุรี เพื่อขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารสืบไป

พระเจ้ากรุง ธนบุรี จึงโปรดให้นายทหารผู้ใหญ่ คือ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และ เจ้าพระยาสุรสีห์ (บุญมา) ยกทัพไปช่วยท้าวคำผงที่บ้านดู่บ้านแก ที่นครจำปาศักดิ์ โดยให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกยกไปทางเมืองนครราชสีมาและเมืองขึ้นยก ไปช่วย

เมื่อพญาสุโพ ทราบว่าพระประทุมสุรราชไปขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระเจ้ากรุงธนบุรี และพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้เจ้าพระยาจักรี เจ้าพระยาสุรสีห์ยกกองทัพมาช่วย เกรงว่าศึกครั้งนี้เป็นศึกใหญ่ จะสู้ไม่ได้ จึงถอยทัพกลับไปเมืองเวียงจันทน์

สมเด็จเจ้า พระยามหากษัตริย์ศึกเป็นทัพหน้า เจ้าพระยาสุรสีห์เป็นทัพหนุน ยกขึ้นไปตามลำแม่น้ำโขง เมื่อกองทัพของสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกไปถึงเมืองไหน เมืองเหล่านั้นก็ขออ่อนน้อมเป็นข้าขอบขันธเสมา และยกกำลังเข้าสมทบไปตีเวียงจันทน์ ในที่สุดเวียงจันทน์แตก พระเจ้าสิริบุญสารพาครอบครัวโอรสธิดาหนีไปทางเมืองคำเกิดขอพึ่งญวน เจ้าพระยาจักรี เจ้าพระยาสุรสีห์ ได้ชัยชนะเข้าเมืองเวียงจันทน์ได้ ให้ควบคุมเอาตัวเจ้ามหาอุปราชนันทเสน และเชื้อพระวงศ์ลงไปกรุงธนบุรี

ในการศึก ครั้งนี้ เจ้าพระยาจักรี เจ้าพระยาสุรสีห์ ได้อัญเชิญเอาพระแก้วมรกตและพระบางลงไปกรุงธนบุรีด้วย  ส่วนพระประทุมสุรราช (คำผง) นั้นโปรดฯ ให้กลับไปอยู่บ้านดู่บ้านแกตามเดิม แต่พระประทุมสุรราชขออนุญาตย้ายกลับคืนมาอยู่ที่ค่ายบ้านดอนมดแดง

การขุดพบพระ พุทธรูปเงินศิลปะเชียงแสนล้านช้าง บริเวณ วัดป่าพิฆเณศวร์ บุ่งสระพัง จึงมีความเป็นไปได้ว่า บริเวณ วัดป่าพิฆเณศวร์น่าจะเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญ ในการตั้งบ้านเมืองอุบลราชธานีศรีวนาไลย ของกองทัพเจ้าพระวอ ภายหลังอพยพมาจากนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบานสู่ลุ่มน้ำมูล

——————————————————-