|
คำกล่าวรายงานพิธีผูกพัทธสีมา และฝังลูกนิมิตอุโบสถ
วัดบ้านปากน้ำ ตำบลกุดลาด อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
|
|
ของ
|
|
ร.ต. ดนัย เกตุสิริ ร.น.
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
วันเสาร์ที่ ๑๙ เดือน เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๙
.................................................
|
| เรียน รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานพิธี ที่เคารพอย่างสูง |
| คณะสงฆ์ คณะกรรมการจัดงาน และพุทธศาสนิกชนชาวอุบลทั้งหลายรู้สึกปราบปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านรองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธีผูกพัทธสีมา และฝังลูกนิมิตอุโบสถวัดบ้านปากน้ำในวันนี้ ในนามประธานคณะกรรมการจัดงานพุทธศาสนิกชนชาวบ้านปากน้ำ ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายที่มาร่วมงานในพิธี ตลอดจนคณะสงฆ์เถรานุเถระ จึงขอแสดงความขอบพระคุณ และอนุโมทนาในการให้เกียรติมาเป็นประธานของท่าน ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย |
| ก่อนอื่นขอเรียนให้ทราบถึงประวัติวัดบ้านปากน้ำ และความเป็นมาของการจัดงานพิธีผูกพัทธสีมา และฝังลูกนิมิตอุโบสถเพื่อทราบพอเป็นสังเขปดังต่อไปนี้ |
| วัดบ้านปากน้ำ แต่ก่อนเรียกว่าวัดบ้านปากบุ่งสระพังบ้าง วัดบ้านบากน้ำบ้าง ในสมัยต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดปากน้ำ เพื่อให้ตรงกับหลักฐานของทางราชการ วัดปากน้ำจะสร้างมาแต่สมัยใด สร้างมานานเท่าใด ไม่มีหลักฐานปรากฏชัด ได้แต่สันนิษฐานจากหลักฐานที่พอจะเชื่อถือได้ว่า วัดปากน้ำนี้สร้างมาไม่น้อยกว่าสามร้อยปี และวัดปากน้ำสมัยนั้นเรียกว่า บ้านปากบุ่ง คำว่า บุ่ง ก็คือลำน้ำที่เป็นอ่าวแยกออกมาจากแม่น้ำ บุ่งสระพัง ชาวบ้านเรียกแม่น้ำ ซึ่งแยกตรงกับที่หมู่บ้านตั้งอยู่พอดี จึงเรียกว่าบ้านปากบุ่ง หรือบ้านปากน้ำ สำหรับหลักฐานที่เชื่อว่า บ้านปากน้ำตั้งมาไม่น้อยกว่าสามร้อยปีก็โดยสันนิษฐานจากวัดเก่า ซึ่งเป็นวัดร้าง ปรากฏมีเจดีย์ซากสลักหังพัง ซึ่งมีแผ่นอิฐก้อนโต ๆ คล้ายกับอิฐสมัยกรุงศรีอยุธยา แสดงว่าวัดนี้สร้างมาแต่เก่าแก่ โบราณวัตถุบางอย่าง เช่น พระพุทธรูปบูชาชำรุด พระเครื่องที่เป็นพระบุเงิน พระว่านจำปาศักดิ์ ศิลปวัตถุเหล่านี้ ผู้รู้ได้ลงความเห็นว่าเป็นพระที่แสดงถึงศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ส่วนที่เป็นกระเดียดไปทางศิลปะของทางกรุงศรีสัตตนาคหนตปะปนอยู่ก็เป็นศิลปะในสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ซึ่งเป็นสมัยเดียวกันกับสมัยกรุงศรีอยุธยา จึงน่าจะเป็นที่เชื่อว่า บ้านปากน้ำนี้สร้างมานานไม่น้อยกว่าสามร้อยปีแน่ เนื่องจากภูมิประเทศบ้านปากน้ำ เป็นที่ลาดเอียงลงไปสู่แม่น้ำมูล และเป็นที่น้ำท่วมในหน้าฝน ชาวบ้านจึงเคลื่อนย้ายบ้านเรือนขึ้นมาอยู่ที่ดอน ซึ่งเป็นที่ตั้งภูมิลำเนาบ้านปากน้ำในปัจจุบัน ส่วนวัดก็ย้ายตามชาวบ้านมาอยู่ที่ใหม่ด้วย บ้านปากน้ำมีจำนวนหลังคาเรือน ๒๑๒ หลังคาเรือนมีประชากรที่เป็นชาย ๗๒๖ คน หญิง ๗๗๑ คน ราษฎรมีอาชีพในการทำนาเป็นหลัก ส่วนอาชีพรองลงไปคือการทำไร่ปลูกพืชล้มลุก และจักปลาน้ำจืด |
| วัดปากน้ำเป็นวัดชนบทที่ไม่มีศาสนวัตถุถาวรมั่นคง กุฏิสงฆ์ทำด้วยไม้จะก่ออิฐถือปูนก็เฉพาะอุโบสถ แต่ก็ค่อนค้างจะคับแคบ วัดบ้านปากน้ำมีเจ้าอาวาสปกครองผลัดเปลี่ยนกันมาหลายยุคหลายสมัยมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๓๐ ไร่ ทางราชการได้จัดให้เป็นหมู่บ้านพัฒนา ในเขตตำบลกุดลาด เจ้าอาวาสปกครองวัดสืบ ๆ กันมาตามลำดับ ส่วนมากก็เป็นระยะสั้น ๆ จนกระทั่งมาถึงสมัยของท่านพระครูพัฒนกิจวิมล |
| พระครูพัฒนกิจวิมล ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ท่านมีชาติภูมิเป็นชาวบ้านปากน้ำโดยกำเนิด นามเดิม บุญจันทร์ ฉายา จตฺตสลฺโล นามสกุล ประสานพิมพ์ อายุ ๖๐ ปี พรรษา ๓๘ ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดนี้ติดต่อกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ จนปัจจุบัน มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาโดยเฉลี่ย พระภิกษุ ๑๐ รูป สามเณร ๒๐ รูป ท่านมีตำแหน่งเป็นรองเจ้าคณะตำบลกุดลาด และได้รับสมณศักดิ์เป็ฯพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ท่านพระครูพัฒนกิจวิมล นอกจากท่านจะมีสมณสารูปเป็นที่น่าเลื่อมใส เป็นผู้ใคร่ในการศึกษาแล้ว ท่านยังเป็นพระนักพัฒนา ให้ความร่วมมือกับทางบ้านเมืองในการพัฒนาชนบทด้วยดีตลอดมาเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไป หลักจากที่ท่านได้พัฒนาวัดของท่านให้เป็นหลักบาน มีศาลาทำบุญ กุฏิสงฆ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ พอสมควรแล้ว ท่านเห็นว่าอุโบสถหลักเก่าคับแคบ ไม่สง่างามจึงได้ปรึกษาหารือกับกรรมการวัด และชาวบ้านปากน้ำที่จะจัดสร้างอุโบสถหลักใหม่ขึ้น ชาวบ้านก็ได้ให้ความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ อาศัยว่าท่านเป็นช่างอยู่ด้วย จึงได้หาแบบที่เหมาะสมจากรมการศาสนามาประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นเป็นแบบศิลปะไทย กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๘ เมตร เสาคอนกรีต ก่ออิฐถือปูน พื้นปูหินอ่อนพร้อมกับกำแพงแก้วล้อมรอบ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ และแล้วเสร็จเรียบร้อยในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ สิ้นเงินค่าก่อสร้างทั้งสินเป็นเงิน ๑,๕๘๙,๙๕๐ บาทถ้วน |
| อาศัยที่ท่านพระครูพัฒนกิจวิมลเป็นผู้มีใจโอบอ้อมอารีมีความเมตตากรุณาเป็นที่ตั้ง ให้ความอบอุ่นแก่ศิษยานุศิษย์ สงเคราะห์อนุเคราะห์ญาติโยมด้วยเมตตาธรรม จึงเป็นที่เคารพเสื่อมใสของประชาชนในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังสามารถปลูกศรัทธาจากชาวพุทธที่อยู่ในถิ่นอื่นข้าราชการทหารตำรวจที่รู้จักมักคุ้น ต่างก็ให้ความอุปถัมภ์ด้วยดี จึงทำให้การก่อสร้างอุโบสถดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีท่านผู้มีเกียรติประกอบด้วยศรัธาบริจาคทรัพย์ร่วมในการก่อสร้างโดยนำกฐินผ้าป่ามาทอด และบริจาคเงินเป็นส่วนตนก็มีสมควรเอ่ยนาม มีดังนี้ |
๑. นายบุญช่วย ศรีสารคาม ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยคุณสุมาลี ศรีสารคาม นายกเหล่ากาชาดขอนแก่น บริจาค ๒๗,๐๐๐ บาท
๒. คุณณรงค์ และคุณอุษา ทิวไผ่งาม เจ้าของโรงเรียนทิวไผ่งาม กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะครูผู้ปกครองสมทบในการถวายกฐิน ๒๔๗,๕๒๔ บาท
๓. คุณครูประยูร-คุณนิยม หอมพิกุล คุณติ่ กิมแซ คุณสันติ สืบพิมพาวงศ์ ร่วมกันบริจาค ๗๕,๐๐๐ บาท
๔. คุณอานนท์ คุณศิริพรรณ ศรีธัญญรัตน์ คุณสมชาย นางสุภาภรณ์ สุรพัฒน์
นายอำนวย คุณลดาวัลย์ ศรีธัญญรัตน์ สมทบทุนในการถวายผ้ากฐิน ๑๐๕,๐๐๐ บาท
๕. คุณพ่อประวิทย์ คุณแม่ฉะอ้อน ศรีธัญญรัตน์ บริจาค ๑๗๕,๐๐๐ บาท
๖. คุณเทียบ ถิระวัฒน์ บริจาคค่าประตู ๑๒,๐๐๐ บาท
๗. คุณพ่ออาวุธ แม่ทองดี สาระวัน บริจาค ๑๒,๐๐๐ บาท
๘. คุณแม่กิ่งแก้ว สุวรรณกูฏ บริจาค ๑๒,๐๐๐ บาท
๙. หน่วยซิวิ-แอคชั่น บริจาควัสดุก่อสร้างคิดเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท
๑๐. คณะพนักงานที่จังหวัดอุบล ฯ บริจาค ๔๐,๐๐๐ บาท
๑๑. คุณพ่อบู่ ทองมี และลูกหลาน บริจาค ๑๐,๐๐๐ บาท |
| นอกจากนี้ยังมีผู้ให้ความอุปถัมภ์แรงกายแรงใจ และแรงความคิดอีกเป็นอันมากเป็นที่น่าอนุโมทนาสาธุการเป็นอย่างยิ่ง |
| อุโบสถหลังนี้สำเร็จลงด้วยดี มีความสวยงามรักษาไว้ซึ่งศิลปะไทย อันเป็นลักษณ์ของชาติ เป็นการสมควรที่ทางคณะสงฆ์จะได้กระทำพิธีผูกพัทธสีมา ให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยพุทธบัญญัติ จึงได้จัดงานพิธีขึ้นเพื่อให้วัดบ้านปากน้ำเป็นศูนย์กลางเป็นที่รวมจิตใจ เป็นบุญยสถานที่แสดงบุญตามประเพณีของชาวพุทธอย่างสมบูรณ์ต่อไป |
| บัดนี้ ได้เวลาเป็นอุดมมงคลแล้ว กระผมขอเรียนเชิญท่านรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวปราศรัย เป็นการเพิ่มพูนศรัทธาประสาทะแก่ผู้ร่วมพิธียิ่ง ๆ ขึ้น และขอเชิญท่านได้นำประชาชนประกอบพิธีตัดลูกนิมิต เพื่อเป็นศิริมงคล และเพื่อให้อุโบสถวัดบ้านปากน้ำเป็นศรีสง่าของวัดปากน้ำ และเป็นหลักของพุทธศาสนาสือไปชั่วกาลนาน |
| |
| |
|
ร.ต. ดนัย เกตุสิริ ร.น.
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
ในนามประธานคณะกรรมการจัดงานผูกพัทธสีมาวัดบ้านปากน้ำ
|