ขอเชิญพุทธศาสนิกชน เข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พระสารีริกธาตุ พระอสีติมหาสาวก และพระอรหันตสาวก จาก 9 ประเทศ จำนวนกว่า 100 องค์ ณ วัดปากน้ำ หลวงพ่อเงิน 700 ปี ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ได้จนถึงเวลา 18.00 น. ของทุกวัน - ขอเชิญร่วมบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือคณะสงฆ์ และผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี ได้ที่ พระมหาวิมาน กนฺตสีโล เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ โทร 089-720-3529 หรือ บริจาคผ่านบัญชีธนาคารทหารไทย สาขา พรหมราช เลขที่บัญชี 513-2-11643-4 ชื่อบัญชี "กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี"

หาดบุ่งสระพัง

IMG_2456

หาดบุ่งสระพัง
(หาดศรีภิรมย์)
มรดกทางธรรมชาติที่มนุษย์ไม่อาจสร้างขึ้นได้

หาดบุ่งสระพังเริ่มเป็นที่รู้จักของประชาชน เพราะวิสัยทัศน์และการพัฒนาของพระมงคลธรรมวัฒน์(บุญจันทร์ จตฺตสลฺโล) เดิมทีเริ่มมาจากการที่ท่านได้นำพระภิกษุสามเณรในปกครองของท่านไปขนทรายที่ หาดบุ่งสระพังขึ้นมาทำการ ก่อสร้างเสนาสนะภายในวัดปากน้ำและวัดใกล้เคียง ต่อมาเมื่อหาดบุ่งสระพังเป็นที่เล่าขานถึงความสวยงามของประชาชน    ก็ถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็นหาดศรีภิรมย์

พระมงคลธรรมวัฒน์เป็นพระเถระที่มีอารมณ์แจ่มใส สุภาพอ่อนโยน ใจคอ กว้างขวางหนักแน่น โอบอ้อมอารี สงบเสงี่ยม หนักแน่นในธรรมวินัย มั่นคงอยู่ ในพรหมวิหาร มีความกตัญญูเป็นเลิศ และ อ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ปกครอง มุ่งมั่นในการทำงาน และให้การอนุเคราะห์ลูกศิษย์ตลอดจนชาวบ้านเหมือนลูกหลาน ด้วยเมตตาธรรมอันสูงยิ่ง

งานการพัฒนาบ้านเกิดของพระมงคลธรรมวัฒน์ยังไม่หยุดนิ่ง หากแต่ดำเนินไปอย่างเงียบๆ ภายใต้ความอ่อนน้อมถ่อมตน ปราศจากการโอ้อวดและประกาศให้ใครได้รับรู้

การที่ท่านได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนในเมืองอุบล ในสำนักของครูบาอาจารย์ที่มีระเบียบวินัยเคร่งครัด และมีโอกาสได้เดินทางไปกรุงเทพฯ ตลอดจนสถานที่มีความเจริญก้าวหน้าต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญทำให้ท่านแม้จะเป็นพระหลวงตาต่างจังหวัด แต่ก็แตกต่างจากพระหลวงตาต่างจังหวัดโดยทั่วไป เพราะความเป็นผู้ผ่านสังคมเมืองมาก่อน จึงทำให้ท่านมองการณ์ไกล มีแนวคิดที่จะพัฒนาชุมชนให้มีความเจริญขึ้น ทัดเทียมสังคมทั่วๆ ไป

พระมงคลธรรมวัฒน์ได้นำชาวบ้านตัดถนนจากหมู่บ้านลงสู่ แม่น้ำมูล พร้อมกับสร้างศาลาอเนกประสงค์ขึ้นหลังหนึ่ง ที่หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำมูล ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “หาดบุ่งสะพัง”  ยังความแปลกประหลาดใจให้เกิดแก่ชาวบ้านในสมัยนั้น เนื่องจากบริเวณดังกล่าวน้ำจะท่วมในหน้าฝน ซึ่งจะทำให้ถนนและศาลาเกิดความเสียหายแล้ว ชาวบ้านยังมองไม่เห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการทำเช่นนั้น

ส่วนทางด้านปลายน้ำบุ่งสระพัง ท่านได้ขอความช่วยเหลือจากทหารหน่วยซิวิ-แอคชั่น กองทัพสหรัฐอเมริกาตัดถนนลงสู่บุ่งสระพังอีกเส้นทางหนึ่ง เพื่อให้ชาวตำบลกระโสบ  ตลอดจนตำบลใกล้เคียง เดินทางลงสู่แม่น้ำได้สะดวก และถนนสายดังกล่าวจึงมีชื่อเรียกว่า   “ทางหลวงกระโสบ” ในเวลาต่อมา

เมื่อการเดินทางจากหมู่บ้านลงสู่แม่น้ำมูลสะดวก ผู้คนก็เริ่ม เข้าไปพักอาศัย บ้างก็นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปเลี้ยง บ้างก็เข้าไปหาอาหาร บริเวณหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำมูลก็เริ่มมีผู้คนสัญจรไปมา ทั้งกลางวันและกลางคืน ต่อจากนั้น ท่านเริ่มให้พระเณรนำทรายจากหาดทรายขึ้นไปใช้ในการก่อสร้างภายในวัด และเริ่มนำชาวบ้านพัฒนาหาดให้มีความ สวยงามมากยิ่งขึ้น ให้มีกิจกรรมในเทศกาลที่เกี่ยวกับวันสำคัญ เช่น ลอยกระทง และก่อเจดีย์ทรายในเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น

หาดบุ่งสระพัง เปรียบเหมือนพัทยากลางลำน้ำมูล มีหาดทรายสายสวยงามส่องประกายวาวระยิบระยับยามเมื่อต้องแสงอาทิตย์ ถ้ายืนอยู่บนฝั่งก็สามารถมองเห็นหาดทรายทอดลงไปในแม่น้ำมูลจนเกือบจะถึงอีก ฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ ในที่สุดชื่อเสียงของหาดทรายแห่งนี้เริ่มเป็นที่กล่าวขานถึง และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ผู้คนหลงใหลในความสวยงาม ในเวลาต่อมา

ในแม่น้ำมูลตลอดสาย มีหาดแห่งเดียวที่มีทรายไหลมารวมกันจนกลายเป็นเนิน เนื่องจากแม่น้ำมูลบริเวณดังกล่าวเป็นโค้งคุ้งน้ำ แม่น้ำฝั่งอำเภอวารินชำราบเป็นร่องน้ำลึก มีตลิ่งค่อนข้างสูง จึงทำให้ทราย ไหลมารวมกันอยู่ฝั่งอำเภอเมืองตรงบริเวณหาดบุ่งสระพัง ซึ่งมีท่าน้ำราบเรียบ พอถึงหน้าแล้ง ก็จะมีเนินทรายผุดขึ้นกลางลำน้ำมูลขาวโพลน นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นแม่น้ำมูล หรือเดินข้ามแม่น้ำมูลได้

เพราะความเป็นมรดกทางธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นได้ พระมงคลธรรมวัฒน์จึงพยายามที่จะรักษาหาดทรายแห่งนี้ไว้ให้เป็นสมบัติของแผ่น ดิน และพยายามปลูกฝังให้ชาวบ้านเกิดความรักและเห็นความสำคัญ แม้จะมีผู้พยายามที่จะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ขอสัมปทานดูดทรายจากหาดแห่งนี้ แต่ท่านก็พยายามแนะนำให้ลูกหลานชาวบ้านรู้คุณค่าของมรดกทางธรรมชาติเหล่านี้ และให้ช่วยกันหวงแหน

ภายหลังทางราชการได้เข้ามาช่วยรับผิดชอบ ท่านจึงนำ ชาวบ้านปรับปรุงศาลาเรือนไม้ที่สร้างไว้แต่เดิมขึ้นมาใหม่ ให้เป็นศาลาคอนกรีต เพื่อให้เกิดความมั่นคงถาวรสืบไป

ในปัจจุบัน หาดบุ่งสระพัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ประชาชนนิยมไปพักผ่อน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่ง   ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี

—————————————–