ขอเชิญพุทธศาสนิกชน เข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พระสารีริกธาตุ พระอสีติมหาสาวก และพระอรหันตสาวก จาก 9 ประเทศ จำนวนกว่า 100 องค์ ณ วัดปากน้ำ หลวงพ่อเงิน 700 ปี ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ได้จนถึงเวลา 18.00 น. ของทุกวัน - ขอเชิญร่วมบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือคณะสงฆ์ และผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี ได้ที่ พระมหาวิมาน กนฺตสีโล เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ โทร 089-720-3529 หรือ บริจาคผ่านบัญชีธนาคารทหารไทย สาขา พรหมราช เลขที่บัญชี 513-2-11643-4 ชื่อบัญชี "กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี"

วัดกลาง

Wat-Klang

วัดกลาง ตั้งอยู่ถนนราชวงศ์ ริมฝั่งแม่น้ำมูล อยู่ถนนพรหมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี  สร้างเมื่อ พ.ศ.2325 โดยเจ้าราชวงศ์ (ก่ำ) เป็นผู้สร้างใกล้กับคุ้มหรือ “โฮงราชวงศ์” ตามคตินิยมแต่โบราณที่เสาะหาทำเลใกล้แม่น้ำสร้างเมือง แล้วสร้างวัดควบคู่กัน ชื่อวัดเรียกตามทางน้ำไหล วัดที่เจ้าราชวงศ์สร้าง อยู่ระหว่าง “วัดเหนือท่า”

(บริเวณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบัน) กับ “วัดใต้ท่า” (สนง.กรไฟฟ้าฯ ปัจจุบัน) จึงได้ชื่อว่า ” วัดกลาง ” พระบทม์ เป็นพระประธานในวิหารเก่าแก่ ตั้งแต่ครั้งสร้าง วัด เป็นพระพุทธปฏิมาปางมารวิชัยที่งดงาม มาก ขนาดหน้าตักกว้าง 78 นิ้ว (1.98 ม.) สูง 108 นิ้ว (2.75 ม.) สร้างด้วยอิฐดินเหนียว ผสมเกสรดอกบัว จึงได้มีชื่อว่า ” พระบทม์ ” มาจากคำว่า ปทุม – ปทม – บทม์ หมายถึง “พระ ดอกบัว”ได้แก่ บัวหลวง มีสีแดง กลิ่นหอม เป็นพระพุทธรูปที่ประสามพรเกื้อกูล ให้เกิดความสำเร็จ ตามแรงแห่งสัจจาธิษฐานปรารถนา

สมัยก่อน ผู้เฒ่าผู้แก่รุ่นปู่ย่า ตายาย เมื่อได้พบเห็นสิ่งที่หมดจดงดงามสดสวย มักจะ อุทานเปรียบเทียบว่า “จะแม่นงามปานพระบทม์จุดเริ่มต้น ของ การสร้า วัดกลาง เมื่อ พ.ศ.2334 เมื่อท้าวคำผง ได้สร้างเมืองอุบลราชธานี และสร้างวัดหลวงเสร็จแล้ว ฝ่ายเจ้าราชวงศ์ได้แก่ ท้าวก่ำ ซึ่งเป็นบุตรของพระราชวงศา มีจุดประสงค์สร้างถาวรวัตถุการกุสล เป็นอนุสรณ์ให้เป็นหลักฐานมิ่งขวัญบ้านเมือง เช่นเดียวกับเจ้าหลวง ได้คัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ซึ่งอยู่ใกล้กับคุ้มราชวงศ์ จึงได้ชักชวนราษฎรตั้งวัดขึ้นอีกวัดหนึ่งให้นามว่า “วัดกลาง” เพราะอยู่ย่านกลางเมืองอุบลราชธานี

การสร้าง วัดกลางสร้างขึ้นในราว พ.ศ. 2336 ห่างจาก วัดหลวง เพียง 3 ปี ปรากฏในสมัยพระประทุมราชวงศา(ท้าวคำผง) เป็นเจ้าครองเมืองนั้น มีวัดเกิดขึ้น ๓ วัดคือ วัดหลวง, วัดกลาง และวัดเหนือท่า ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๕ เขตวาสุงคามสีมากว้าง ๒๕ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๘๙ ตอนที่ ๑๐๙ วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๕ พระพุทธรูป ที่สำคัญ ภายใน วัดกลาง

พระบทม์ ” เป็นพระประธานเก่าแก่ประจำพระวิหารเก่า ตั้งแต่สร้างวัดชาวเมืองอุบลราชธานี  รุ่นเก่าเรียกว่า “ พระบทม์ ” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่งดงามองค์หนึ่ง คนรุ่นเก่าเล่าสืบทอดกันมาว่า พระพุทธรูปองค์ นี้ สร้างด้วยอิฐดินเหนียวผสมเกสรดอกบัวและ ว่านจำป่าศักดิ์ ป่นละเอียด อธิษฐานก่อปั้นเป็นองค์พระบทม์ ไม่มีเหล็กเสริมภายในและใช้เกสรดอกบัวป่นละเอียดคลุกเคล้ากับยางบง น้ำแช่หนังวัวเผา น้ำแช่เปลือกเม็ก น้ำข้าวจ้าวต้ม หินเผาไฟป่นให้ละเอียด น้ำอ้อยเคี่ยวให้เหนียวผสมเป็นเนื้อเดียวกันดีแล้วใช้ฉาบทาให้ผิวขององค์พระ บทม์ ด้วยกรรมวิธีแบบโบราณที่เรียกขานกันว่า “ ปูนน้ำอ้อย ”

พระครู วิสิฐพัฒนาภรณ์ (ทองหล่อ สํวโร) ท่านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้กรุณาอธิบายเพิ่มเติมว่า พระบทม์ ขนาดหน้าตักกว้าง 78 นิ้ว สูง 108 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และเก่าแก่ของเมืองอุบลราชธานี องค์หนึ่ง คำว่า “พระบทม์” มาจากคำว่า (ปทุมํ-ปทม-บทม์) หมายถึง “ดอกบัว” ได้แก่ บัวหลวง มีสีแดง กลิ่นหอม เป็นพระพุทธรูปที่ประสาทพรเกื้อกูลให้เกิดความสำเร็จ ตามแรงแห่งสัจจาธิษฐานปรารถนา คนรุ่นเก่าเมื่อจะกล่าวถึงของสำคัญและเก่าแก่ของเมืองอุบลฯ แล้วชอบกล่าวคำว่า “ พระบทม์ วัดกลาง พระบางวัดใต้ หอไตรวัดทุ่ง ” จนติดปาก

คำว่า “พระบฎ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานอธิบายความหมายว่า “ผืนที่มีรูปพระพุทธเจ้าแขวนไว้เพื่อบูชา” ซึ่งตรงกับความหมายใน “สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคอีสาน” ส่วนคำว่า “พระบท” ปรากฏในหนังสือ, บทความ, แผ่นพับ และข้อเขียนต่างๆ โดยทั่วไปที่เขียนถึงพระบทที่ประดิษฐาน ณ วิหารวัดกลาง แต่ที่วัดกลางเขียนว่า “พระบทม์” เพราะมีความหมายเป็นการเฉพาะดังที่ได้กล่าวมา พระบทม์วัดกลาง งดงามมากมีพุทธลักษณะอย่างเดียวกับ “พระเหลาเทพนิมิต” บ้านพนา เป็นฝีมือช่างรุ่นแรกของเมืองอุบลราชธานี

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

ข้อมูลจาก : http://www.southlaostour.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>